Get Adobe Flash player

ติดต่อเรา

ท่านสามารถติดต่อเราผ่าน...

คุณ เคน
Mobile : 0816517400
BB : 31020296
MSN : [email protected]
Email:[email protected]

เริ่มต้นทำ IS หรือวิทยานิพนธ์อย่างไร เริ่มต้นทำ IS หรือวิทยานิพนธ์อย่างไร


    หลายท่านที่ต้องการจ้างทำ IS หรือ จ้างทำวิทยานิพนธ์ อาจมีความสงสัยระคนกับความสับสนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกับการทำ IS หรือวิทยานิพนธ์อย่างไร ผมอยากจะแนะนำว่าการเริ่มต้นทำ IS ต้องเริ่มที่ ปัญหาที่เราพบหรือปัญหาที่เราสนใจถ้าไม่รู้ว่าเราสนใจอะไรหรือคิดไม่ออกผมขอแนะนำว่าลงหาข่าวมาอ่านหรือบทความทางธุรกิจมาอ่านเพื่อให้เกิดแนวคิด ไม่ว่าจะเป็นบทความที่เกี่ยวกับ ยอดขาย เกี่ยวกับองค์กร การเงิน หรือ การตลาด หลังจากนั้นจึงกำหนดกระบวนการหลังจากที่เราพบปัญหา หรือ เรื่องที่เราสนใจ คือการกำหนดกรอบงานวิจัย และชื่องานวิจัยสำหรับเริ่มต้นทำ IS หรือวิทยานิพนธ์ ต่อไป


    ตัวอย่างเช่นท่านทำงานอยู่ในบริษัทหรืออุตสาหกรรมค้าข้าวการเริ่มต้นทำ IS อาจเริ่มจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์


    ไก่แจ้เท 20 ล.ลุยตลาดข้าวถุงเจาะยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว 3 ปี ท็อปไฟว์ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2553 21:54 น.

    “ไก่แจ้” สยายปีกบุกทั่วประเทศ ตีตลาดข้าวถุง ยึดหัวหาดเจาะเข้ายี่ปั๊วซาปั๊วเป็นหลัก ทุ่ม 20 ล้านบาท สร้างแบรนด์ เต็มสูบ มั่นใจสิ้นปียอดขายเติบโตเท่าตัว ฝัน 3-4 ปีข้างหน้า ติดท็อปไฟว์ ด้วยรายได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท

    นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย ข้าวสารบรรจุถุงตรา “ไก่แจ้” เปิดเผยว่า เดิมที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง ตราไก่แจ้ จำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งทำมากว่า 30 ปี โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการทำโรงงานใหม่ขึ้น ที่ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในการรุกธุรกิจครั้งสำคัญ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา สามารถทำตลาดในภาคตะวันออกได้เป็นอย่างดี

    ล่าสุด ในปีนี้บริษัทพร้อมเดินหน้าในการรุกตลาดทั่วประเทศ โดยจะเน้นช่องทางยี่ปั๊วซาปั๊วเป็นหลัก ผ่านพนักงานขายของบริษัทเอง ซึ่งจากเดิมมีอยู่ 15 คน ปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 30-40 คน เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างครอบคลุม ขณะเดียวกัน ในปีนี้ บริษัทยังได้มีการขยายคลังพักสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ที่ ปัจจุบันได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ ระยอง หลังจากนี้จะมีที่อยุธยา

    “การที่เข้ามารุกช่องทางยี่ปั๊วซาปั๊วนั้น เนื่องจากพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยังนิยมซื้อข้าวสารผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก ส่วนโมเดิร์นเทรด ก็พร้อมที่จะเข้าไปเช่นกัน ซึ่งตามตัวเลขที่ศึกษามา เชื่อว่า ตลาดข้าวสารบรรจุถุงนั้น 80% จะมาจากช่องทางยี่ปั๊วซาปั๊ว ส่วนโมเดิร์นเทรดมีเพียง 20% เท่านั้น”

    “ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท สำหรับใช้เพื่อการตลาดประชาสัมพันธ์สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ข้าวสารตราไก่แจ้ มีภาพยนตร์โฆษณาออกมา โดยจุดขายของข้าวตราไก่แจ้นั้น จะเน้นเรื่องของคุณภาพ เบื้องต้นจะมุ่งให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิม ส่วนราคาจำหน่ายนั้น ถือว่าสามารถแข่งขันกับอีกหลายๆ แบรนด์ในตลาดได้ ซึ่งเมื่อเทียบผลิตภัณฑ์ในระดับเดียวกันแล้ว ถือว่า ไก่แจ้ถูกกว่าเล็กน้อย

    “ปัจจุบันตลาดข้าวสารบรรจุถุง เชื่อว่า เมื่อรวมทุกช่องทางแล้ว น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ช่องทางยี่ปั๊วซาปั๊ว 2,000 ล้านบาท และโมเดิร์นเทรด 1,000 ล้านบาท บริษัทมองว่าการเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังระดับประเทศครั้งนี้ ในสิ้นปีบริษัทน่าจะมียอดขายเติบโตขึ้นอีกราว 1 เท่าตัวได้แน่ ทั้งนี้ยังมั่นใจว่าในอีก 3-4ปีข้างหน้า ข้าวตราไก่แจ้ จะก้าวขึ้นสู่แบรนด์ระดับท็อปไฟว์ที่ผู้บริโภคนิยมซื้อมากที่สุด หรือคาดว่า ในอีก 4 ปีนั้น บริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท หรือมีการเติบโตปีละ 1 เท่าตัว ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

ที่มา: http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9530000034774


    จากบทความข่าวข้างต้น หากท่านเรียนเกี่ยวกับการตลาดอาจทำการศึกษาเรื่อง

     1. การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้าวถุงของประชากรในเขตชลบุรี(เนื่องจากตัวสินค้าที่เป็นข้าวนอกจากจะเห็นการซื้อแบบเป็นถุงแล้วยังมีแบบที่ไม่บรรจุถุงหรือการซื้อในลักษณะถุงที่มีขนาดบรรจุน้อยกว่า 5 กิโลกรัม โดยใช้ รูปแบบของกรอบงานวิจัยอาจเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง 6W1H กับลักษณะทางประชากรศาสตร์เป็นกรอบในการวิจัย)

     2. การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อข้าวแบบบรรจุถุง กรณีศึกษา : กลุ่มตัวอย่างในเขตชลบุรี(การตั้งหัวข้อการศึกษาแบบนี้ เกิดขึ้นจากการที่บทความที่เห็นกล่าวดึงแต่เพียงส่วนประสมทางการตลาดเฉพาะด้านช่องทางการจำหน่ายเพียงอย่างเดียว ผู้วิจัยอาจต้องการศึกษาปัจจัยด้านการตลาดอื่นๆที่อาจมีผลต่อยอดขาย รูปแบบของกรอบงานวิจัยอาจเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง 4P หรือ 7P กับลักษณะทางประชากรศาสตร์เป็นกรอบในการวิจัย)


    ในกรณีที่ท่านเรียนสาขาที่เกี่ยวการจัดการ

     1. การศึกษาแนวโน้มการลงทุนสร้างโรงงานข้าวสารบรรจุ แห่งใหม่ กรณีศึกษา: บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด(การตั้งหัวข้อการศึกษาแบบนี้ เกิดขึ้นจากการที่บทความที่กล่าวว่า บริษัทได้มีการลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการทำโรงงานใหม่ขึ้น ที่ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ผู้วิจัยต้องการศึกษาถึงความคุ้มค่าในการเลือกตัดสินใจโครงการ ลักษณะงานวิจัยแบบนี้กรอบงานวิจัยมักเป็นแบบจำลองทางการเงินเป็นหลัก)

     2. การศึกษาถึงภาวะผู้นำที่พึงประสงค์ของบริษัท กรณีศึกษา: บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด(การตั้งหัวข้อการศึกษาแบบนี้อาจวิเคราะห์ได้จากปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเนื่องจากการเพิ่มพนักงานต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การจึงต้องการประเมินลักษณะที่พึงประสงค์ของพนักงานในบริษัทเพื่อการปรับเปลี่ยนพนักงานเก่าขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับกลาง การทำการศึกษาเพื่อต้องการลดปัญหาในการบริหารงานในอนาคต งานวิจัยแบบนี้กรอบงานวิจัยเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์ กับ ภาวะผู้นำที่พึงประสงค์ )


    ในกรณีที่ท่านเรียนสาขาที่เกี่ยวการจัดการลอจิสติก

     1. การศึกษาแนวโน้มการลงทุนทำแผนการจัดส่งสินค้าเพื่อประหยัดต้นทุน กรณีศึกษา: บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด(การตั้งหัวข้อการศึกษาแบบนี้ เกิดขึ้นจากการที่บทความที่กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะจัดจำหน่ายทั่วประเทศดังนั้นการวางแผนการจัดส่งหรือการจัดสร้างโกดังเพื่อเพิ่มการกักตุนสินค้าหรือการพยายามลดต้นทุนในจัดเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันเนื่องจากลักษณะของสินค้าเป็นการแข่งขันเกือบสนบรูณ์ทำให้การพยายามในการลดต้นทุนเป็นการเพิ่มโอกาสให้บริษัทบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ งานวิจัยแบบนี้กรอบงานวิจัยมักเป็นแบบจำลองแผนการจัดส่งและการสร้างโกดังหรือแผนการผลิตอื่นแล้วนำมาเปรียบเทียบทางการเงินเพื่อสร้างแบบจำลองให้สามารถจัดส่งสินค้าได้เร็วและต้นทุนทางการเงินถูกที่สุดเป็นหลัก)


    สรุปกระบวนการในภาพรวมสำหรับการเริ่มต้นทำ IS หรือ วิทยานิพนธ์ หรือการจ้างทำวิทยานิพนธ์ ได้แก่

        ขั้นที่ 1 เลือกเรื่องที่ตนเองสนใจทำการศึกษาหรือเรื่องที่อยู่ในองค์การของตน

        ขั้นที่ 2 กำหนดกรอบแนวคิดที่เกี่ยวข้องและเลือกตัวแปรที่เหมาะสมสำหรับทำการวิจัย

        ขั้นที่ 3 ดำเนินการเขียนเนื้อหาในแต่ละส่วน


    สรุป

    ในกรณีที่ท่านจ้างทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์ควรกำหนดปัญหาหรือหัวข้อเรื่องก่อนขึ้นมาก่อนโดยแจ้งให้ผู้ที่ท่านจ้างทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์ทราบ หลังจากนั้นค่อยมาพิจารณาส่วนที่เกี่ยวกับ กรอบแนวคิดและตัวแปรที่บุคคลที่ท่านจ้างทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้นกำหนดได้เหมาะสมหรือไม่ส่วนสุดท้ายจึงดูในส่วนที่ จ้างทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์ นั้นเหมาะสมกับกรอบแนวคิดในภาพรวมหรือไม่ แล้วจึงดำเนินการทำบทนำและบทอื่นๆต่อไป


    อัตราค่าบริการในการทำ IS ส่วนนี้

    ถ้าโทรมาปรึกษาฟรีครับ

    ทำทั้งหมด ราคา 4,000 บาท

    แก้ไขคิดเริ่มต้นที่ 1,000 บาท

    อัตราค่าบริการที่กล่าวมาเป็นราคาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม


     ท่านสามารถติดต่อเราผ่าน

     Mobile : 0816517400

     BB : 31020296

     MSN : [email protected]

     สนใจติดต่อ [email protected]