Get Adobe Flash player

เทคนิคและโครงสร้างการบทที่ 3 ระเบียบการวิจัยเทคนิคและโครงสร้างการบทที่ 3 ระเบียบการวิจัย


    ไม่ว่าท่านจ้างบุคคลอื่นทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์หรือแม้แต่การที่ท่านต้องการทำ IS หรือ วิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง ท่านควรทราบก่อนว่า ระเบียบการวิจัย จะมีผลอย่างไรในกับภาพรวมในงานวิจัยของท่าน โดยระเบียบการวิจัย จะเป็นการกำหนดกลุ่มตัวอย่างทื่ใช้ในการทำการวิจัย วิธีการดำเนินงานวิจัยและการเก็บข้อมูลว่า เป็น แบบการแจกแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ หรือเป็นลักษณะของงานทบทวนวรรณกรรม ถัดมาจะเกี่ยวกับวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและการทดสอบสมมติฐาน


    ในกรณีที่ ท่านต้องการ เขียนระเบียบการวิจัยด้วยตัวท่านเองจ้างบุคคลอื่นทำ IS หรือวิทยานิพนธ์ ท่านควรทราบถึงส่วนประกอบของ ระเบียบการวิจัยซึ่งจะประกอบไปด้วยหัวข้อต่างๆ ดังนี้


     1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

     2. แหล่งที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลปฐมภูมิ และ ข้อมูลทุติยภูมิ

     3. การเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

     4. สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล


     ประชากรกลุ่มตัวอย่างจะเป็นการระบุกลุ่มเป้าหมายว่าที่เหมาะสมกับงานวิจัยของท่านเป็นใคร การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ดีและเหมาะสมจะทำให้ได้ ท่านสามารถนำผลการวิจัยที่ได้ไปใช้ได้จริงและมีค่าที่ถูกต้อง รูปแบบการขียนเกี่ยวกับหัวข้อ ประชากรกลุ่มตัวอย่างเป็นดังนี้


     ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง


     ในการศึกษาเรื่อง “การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้าวถุงของประชากรในเขตชลบุรี” ประชากรกลุ่มตัวอย่างเป็นบุคคลทั่วไปที่มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าและร้านขายข้าวสารในเขตอำเภทเมืองจังหวัดชลบุรีจำนวน 400 คน


     กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการกำหนดกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาด้วยการคำนวณของทาโร ยามีนา ( Taro Tamena อ้างอิงใน พวงรัตน์ 2543 : 40 ) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และมีความลาดเคลื่อนร้อยละ 5 จากสูตรดังกล่าวจะมีกลุ่มตัวอย่างเป็นจำนวนประมาณ 400 คน


     ในบางกรณีส่วนที่เกี่ยวกับกลุ่มตัวอย่างอาจต้องแสดงการคำนวณให้เห็นเพื่อให้ทราบถึงจำนวนของกลุ่มตัวอย่างที่แท้จริงในกรณีที่กลุ่มตัวอย่างมีค่าน้อยกว่า 400 คน


     แหล่งที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่


     ข้อมูลปฐมภูมิ ซึ่งโดยทั่วไปแหล่งข้อมูลปฐมภูมิจะหมายถึงข้อมูลดิบที่ได้จากการเก็บข้อมูลได้แก่แบบสอบถาม การถอดเทปสัมภาษณ์ การจดและการสังเกตุ เป็นต้น รูปแบบการเขียนแหล่งที่มาของข้อมูลปฐมภูมิที่ใช้ในการวิจัยเป็นดังนี้


     แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ


     แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ได้มาจากการแจกแบบสอบถามกับผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าและร้านขายข้าวสารในเขตอำเภทเมืองจังหวัดชลบุรี โดยแบบสอบถามจะแบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่ ลักษณะทางประชากรศาสตร์และส่วนประสมทางการตลาด แบบสอบถามออกแบบตามวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้


     1. เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากรศาสัตร์ของผู้ซื้อข้าวถุงในเขตชลบุรี

     2. เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อข้าวแบบบรรจุถุง

     3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางประชากรศาสัตร์กับส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อข้าวแบบบรรจุถุง


     ข้อมูลทุติยภูมิโดยทั่วไปแหล่งข้อมูลทุติยภูมิจะหมายถึงแหล่งข้อมูลที่สามารถอ้างอิงได้หรือมีได้ผ่านกระบวนการประมวลผลทางสถิติมาแล้ว เช่น หนังสือ สื่ออินเตอร์เน็ท เอกสารวิชาการ หรืออื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นข้อมูลดิบ ซึ่งโดยทั่วไป รูปแบบการเขียนแหล่งที่มาของข้อมูลข้อมูลทุติยภูมิที่ใช้ในการวิจัยเป็นดังนี้


     แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ


     แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ได้มาจากการค้นคว้า ข้อมูลจากบทความ บทสัมภาษณ์ เอกสารขององค์กร เอกสารวิชาการ วารสาร นิตยสาร รวมทั้งเว็บไซต์ เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคโดยนำผลที่ได้มาทำการเปรียบเทียบ และวิเคราะห์ความแตกต่าง ความคล้ายคลึงกันระหว่างผลการศึกษาที่ได้และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทราบถึงส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค


     การเก็บรวบรวมข้อมูล จะเป็นการอธิบายว่าการศึกษาครั้งนี้เก็บข้อมูลด้วยวิธีใดเช่น การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ หรือการสังเกตุเป็นต้อนโดยอาจมีการระบุกรอบระยะเวลาและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเหล่านั้นรวมถึงวิธีการสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยรูปแบบการเขียนการเก็บรวบรวมข้อมูลจะมีรูปแบบดังนี้


     การเก็บรวบรวมข้อมูล


     การศึกษาครั้งนี้การเก็บข้อมูลโดยการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างในลักษณะสุ่มโดยสะดวกและการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แจกแบบสอบถาม ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มาใช้บริการห้างสรรสินค้าและร้านข้าวสารในเขตอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูลอยู่ในระหว่างวันที่ 1 ถึง 30 กุมภาพันธ์


     เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยหมายถึงการระบุว่าการศึกษาครั้งนั้นใช้อะไรในการวิเคราห์ข้อมูล เช่น หากเป็นการแจกแบบสอบถาม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยอาจเป็นการใช้สถิติเชิงรรณา หรือถ้าการศึกษาครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยอาจเป็นการวิเคราะห์เนื้อหา ซึ่งก็แล้วแต่ลักษณะของการเก็บข้อมูลว่าเป็นแบบสอบถามหรือเป็นการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง โดยรูปแบบการเขียนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยจะมีรูปแบบดังนี้


     เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ


     แบบสอบถามในการศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้าวถุงของประชากรในเขตชลบุรี แบ่งออกเป็น 2 ตอน


     ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรณ์ศาสัตร์

     ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคข้าวถุง

     ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรณ์ศาสัตร์ประกอบด้วยคำถามทั้งหมด 5 ข้อได้แก่ เพศ ช่วงอายุ ระดับรายได้ อาชีพ และสถานภาพการสมรส

     ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคข้าวถุง โดยคำถามในส่วนนี้ จะเป็นแบบมาตรตราส่วน 5 ระดับ โดย บ่อยมาก = 5 บ่อย = 4 บางครั้ง = 3 ไม่บ่อย = 2 และ ไม่เคย = 1


     สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการระบุถึง เครื่องการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและการทดสอบสมมติฐานโดยเป็นการระบุว่างานวิจัยครั้งนี้ มีสถิติอะไรบ้าง รวมถึงการเลือกใช้กระบวนทางสถิติเพื่อที่จะใช้ทดสอบสมมติฐานงานวิจัย โดยรูปแบบการเขียนสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล จะมีรูปแบบดังนี้


     สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล


     ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป spss for window ประมวลผลและจัดทำตารางวิดคราะห์ค่าทางสถิติ เพื่อนำเสนอข้อมูลและสรุปผลการวิจัยครั้งนี้ โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ได้แก่


     การแจกแจง ความถี่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน เพื่อพรรณนาเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาและพฤติกรรมการบริโภคข้าวถุงของกลุ่มตัวอย่าง

     การทดสอบความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม กระทำโดยการยอมรับของอาจารย์ที่ปรึกษาและเจ้าของกิจการข้าวถุง

     การวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามกระทำโดยการคำนวณสัมประสิทธิ์ของครอนบาค โดยกำหนดระดับคาวมเชื่อมั่นไว้ที่ ร้อยละ 95

     การทดสอบสมมติฐานในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่การวิเคราห์ถดถอยพหุคูณ

     อนึ่งรูปแบบการเขียนหรือหัวข้อของระเบียบการวิจัยอาจเปลี่ยนเป็นขึ้นอยู่กับอาจารย์ที่ปรึกษาและข้อกำหนดของคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ท่านทำการศึกษอยู่

    

     สรุป


    ในกรณีที่ท่านจ้างทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือแม้แต่ในกรณีที่ท่านดำเนินการด้วยตัวเองก็แล้วแต่เมื่อท่านตรวจรับงานจากผู้ที่ท่านจ้างทำ IS หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์ ควรพิจารณาดังนี้

    1.ส่วนที่เกี่ยวกับประชากรและกลุ่มตัวอย่าง นั้นระบุได้ถูกต้องเหมาะสมกันงานวิจัยและจำนวนของกลุ่มตัวอย่างต้องถูกต้องจำนวนของแบบสอบถามที่ต้องทำ

    2.การเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนั้นต้องสอดและถูกต้องกับข้อมูลที่ท่านรวบรวมมา

    3.สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลต้องถูกต้องกับสถิติที่ใช้จริงต้องตรงกับที่ระบุและเหมาะสมกับแบบสอบถาม


     อัตราค่าบริการในการทำ IS ส่วนนี้

     ถ้าโทรมาปรึกษาฟรีครับ

     ทำทั้งหมด ราคา 4,000 บาท

     แก้ไขคิดเริ่มต้นที่ 1,000 บาท

     อัตราค่าบริการที่กล่าวมาเป็นราคาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม


     ท่านสามารถติดต่อเราผ่าน

     คุณเคน

     Mobile : 0816517400

     BB : 31020296

     MSN : epipatsirikajohn@hotmail.com

     สนใจติดต่อ info@thaispss.com